in

รักเลย โอ้พระเจ้า

19 แมวราคาแพงจากรอบโลก สวยสมราคา

แมว 19 สายพันธุ์ที่แสนเลอเลิศ ที่เมื่อคุณเห็นราคาแล้วจะต้องอึ้ง!

แมว
แมว

ในโลกใบนี้ มีแมวอยู่มากกว่า 250 สายพันธุ์ และพวกมันก็จะมีรูปร่าง ลักษณะ หรือ นิสัย ใจคอที่แตกต่างกันออกไป อย่างเช่น แมวบางตัวก็จะมีขนฟู ขนน้อย หรืออาจจะไม่มีขนเลย ในขณะที่แมวอีกตัวก็จะมีขนที่ยาวมากจนน่าเอามือไปลูบไปสางขนให้มัน หรือแมวบางตัวก็มีนิสัยเอาแต่ใจ ชอบก่อกวน ขณะที่แมวอีกตัวก็จะมีนิสัยเป็นมิตร อ่อนโยน และรักอิสระ

แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่เจ้าแมวเหล่านี้นั้นมีเหมือนกัน ก็คือ พวกมันจะมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้พวกมนุษย์หรือคนอย่างเราๆ รู้สึกหลงใหลในความสวยงามของพวกมัน จนขนาดกลายเป็นทาสแมวกันเลยทีเดียว

เอาล่ะ… ต่อจากนี้ไป เราจะพาคุณไปพบกับ “แมว 19 สายพันธุ์” ที่จะทำให้คุณอึ้งไปกับความสวยงามที่ซ่อนอยู่ของพวกมัน และที่สำคัญคือคุณจะต้องตาค้างไปกับราคาที่แพงหูฉี่ ซึ่งเราขอบอกไว้ ณ ตรงนี้เลยว่า แมวบางตัวอาจจะมีราคาสูงกว่ากระเป๋าหลุยส์กับชาแนลรวมกันซะอีก!

1. Norwegian Forest cat ($600-$3,000)

Norwegian Forest cat
Norwegian Forest cat

เจ้าแมวสายพันธุ์นอร์วีเจียนฟอเรสต์ มีการสืบสายพันธุ์จากบรรพบุรุษแมวมานานนับ 2,000 ปี โดยมีการพัฒนามาจากชาวไวกิ้ง ลักษณะภายนอกของเจ้าแมวพันธุ์นี้ ที่สายตาของเรามองเห็นนั้น คือมันเป็นแมวสายพันธุ์ดี ที่มีขนยาว แต่สิ่งที่มันแอบซ่อนเอาไว้ภายใต้เส้นขนที่ยาวสลวยของมัน ก็คือ มันสามารถทนกับสภาพอากาศอันหนาวเหน็บได้ และที่สำคัญมันก็ยังสามารถเป็นนักล่าได้อีกด้วย ส่วนในเรื่องของราคานั้น ถ้าเป็นราคาของลูกแมวพันธุ์นี้ ก็จะเริ่มต้นที่ $600 ไปจนถึง $3,000 หากคิดเป็นเงินไทยก็จะตกอยู่ที่ประมาณ 20,000 ถึง 103,000 บาท (ถ้าใครกำลังแอบเหน็บอยู่ในใจว่า แมวบ้าอะไร ทำไมราคาแพงจัง… ก็ขอบอกเลยว่าให้ เลื่อนลงไปอ่านแมวอีก 18 สายพันธุ์ที่เหลือดูก่อน แล้วคุณจะรู้ว่าไม่ใช่แค่แมวพันธุ์นี้ที่มีราคาแพงหูฉี่!)

2. Himalayan cat ($500-$1,300)

Himalayan cat
Himalayan cat

ถ้าคุณมองแค่ภายนอกของเจ้าแมวสายพันธุ์หิมาลายัน คุณก็อาจจะคิดว่า เอ๊ะ! นี่มันแมวเปอร์เซียนี่ แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ เพราะเจ้าแมวตัวนี้ไม่ใช่แมวสายพันธุ์เปอร์เซีย (Persian) แต่อย่างใด แม้ว่าภายนอกของมันจะดูคล้ายคลึงกันมากก็ตาม แต่สิ่งที่ทำให้มันแตกต่างจากแมวเปอร์เซีย ก็คือ ดวงตาสีฟ้าสดใส และมีสีขนที่ลำตัวค่อนข้างอ่อน แต่ที่บริเวณหน้า เท้า หู และหาง จะมีสีดำหรือน้ำตาล โดยเจ้าแมวหิมาลายันนั้น ถูกผสมขึ้นที่สหรัฐอเมริกาเมื่อปี ค.ศ. 1950 เป็นแมวที่มีความอ่อนโยน เชื่อฟังคำสั่งและมักจะเลียนแบบพฤติกรรมของมนุษย์ นอกจากนี้มันยังมีนิสัยเป็นมิตรและรักสงบ ซึ่งราคาของเจ้าแมวสายพันธุ์นี้นั้นจะอยู่ที่ราคา $500 ถึง $1,300 (ประมาณ 17,500 ถึง 45,000 บาท)

3. Scottish Fold ($200-$1,500)

Scottish Fold
Scottish Fold

ถ้าคุณมองเจ้าแมวสก็อตทิชโฟลด์ดีๆ คุณจะเห็นได้ชัดเลยว่าจุดเด่นของมันอยู่ที่ไหน ก็อยู่ที่ใบหูจิ๋วๆ นั่นไง คือนอกจากหูมันจะไม่ตั้งเหมือนแมวตัวอื่นทั่วๆ ไปแล้ว ก็ยังมีความกระจิ๊ดริ๊ดน่ารัก จนทำให้รู้สึกคันไม้คันมืออยากจะไปจับไปบีบซะเหลือเกิน และที่มันเป็นแบบนี้ก็เป็นผลมาจากการกลายพันทางพันธุกรรมของมัน แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะเจ้าแมวพันธุ์นี้มีความฉลาดมาก มันสามารถเข้ากับคนได้อย่างง่ายดาย แถมยังมีความซุกซน พร้อมจะเล่นสนุกอยู่เสมอ นอกจากนี้มันยังมีอีกหนึ่งคุณสมบัติที่โดดเด่นนั่นก็คือ มีท่านั่งที่แปลกไปจากแมวชนิดอื่นๆ และที่สำคัญ มันสามารถยืนสองขาได้อีกด้วย โดยราคาของมันจะอยู่ที่ $200 ถึง $1,500 หรือประมาณ 7,000 ถึง 52,000 บาท

4. Peterbald ($400-$1,200)

Peterbald
Peterbald

เจ้าแมวปีเตอร์บัลด์ เป็นที่รู้จักกันดีในนาม ปีเตอร์บัลด์ สฟิงซ์ (Petersburg Sphynx) ซึ่งเจ้าแมวตัวนี้ถูกผสมขึ้นรัสเซีย เมื่อปี ค.ศ.1994 ลักษณะเด่นของเจ้าแมวตัวนี้สามารถเห็นได้ชัดมาก ก็คือ รูปร่างที่ผอมบางของมัน แถมยังมีใบหน้าที่ค่อนข้างยาว และยังมีใบหูขนาดใหญ่อีกด้วย โดยเจ้าแมวสายพันธุ์นี้จะมีทั้งตัวที่ขนสั้น และขนยาว มันเป็นแมวที่มีนิสัยอ่อนโยน ค่อนข้างเชื่อง และเข้าสังคมเก่งมาก ซึ่งราคาของเจ้าแมวตัวนี้จะอยู่ที่ $400 ถึง $1,200 หรือประมาณ 14,000 ถึง 42,000 บาท

5. Egyptian Mau ($500-$1,500)

Egyptian Mau
Egyptian Mau

จากยุคอียิปต์โบราณเมื่อ 3,000 ปีก่อน จนถึงปัจจุบัน เจ้าแมวอียิปต์ เตียน โม ตัวนี้ มีลักษณะที่เปลี่ยนไปจากเดิมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นอกจากมันจะมีลายจุดที่ขนสวยๆ ของมันแล้ว มันยังมีลายจุดที่บริเวณผิวหนังของมันด้วย และถ้าใครอยากจับจองเป็นเจ้าของเจ้าแมวอียิปต์ เตียน โม นั้น ก็ต้องจ่ายเงินเป็นจำนวน $500 ถึง $1,500 หรือประมาณ 17,500 ถึง 52,000 บาท

6. Maine Coon ($600-$1,500)

Maine Coon
Maine Coon

แมวเมนคูน เป็นสายพันธุ์แมวที่ใหญ่ที่สุด น้ำหนักของมันเมื่ออยู่ในวัยโตเต็มที่ สามารถหนักได้ถึง 11 ถึง 33 ปอนด์ หรือประมาณ 5 ถึง 15 กิโลกรัม เลยทีเดียว และความยาวลำตัวของเจ้าแมวเมนคูนก็สามารถยาวได้ถึง 1.25 เมตร แต่ถึงแม้ว่ารูปร่างของมันจะใหญ่และยาว จนดูน่ากลัวเกินไปสำหรับคนรักแมว ที่คิดว่าแมวควรจะตัวเล็กน่ารัก ซึ่งเราขอบอกก่อนเลยว่านิสัยของเจ้าแมวสายพันธุ์นี้ จริงๆ แล้วมันน่ารักมาก มันทั้งอ่อนโยน และขี้เล่น โดยราคาของเจ้าแมวตุ๊ปุ๊ตัวนี้นั้น จะอยู่ที่ $600 ถึง $1,500 หรือประมาณ 21,000 บาท ถึง 52,000 บาท (ขนาดราคายังหนักหน่วงเหมือนน้ำหนักตัวของมันเลย)

7. LaPerm ($200-$2,000)

LaPerm
LaPerm

เจ้าแมวลาเปิร์มนี้ ปรากฏขึ้นครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกา เมื่อปี ค.ศ.1980 มันเป็นแมวสายพันธุ์ที่ไม่ธรรมดา เหมาะกับคนที่เป็นภูมิแพ้ แต่อยากเลี้ยวแมว เพราะอะไรรู้ไหม?… เพราะไอ้ขนหยิกหยอยของมันเนี่ย ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ แม้จะเป็นโรคภูมิแพ้ก็ตาม แต่ว่าราคาของมันก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน และมันก็อาจทำให้คุณแพ้ตั้งแต่เห็นราคาก็ได้ เพราะราคาของมันอยู่ที่ $200 ถึง $2,000 หรือประมาณ 7,000 ถึง 70,000 บาท เลยทีเดียว

8. Russian Blue ($400-$2,000)

Russian Blue
Russian Blue

เจ้าแมวรัสเซีย ดวงตาสีฟ้าสดใส เป็นแมวขนสั้นที่เป็นที่นิยมมาก เมื่อปี ค.ศ.1893 มันเป็นแมวที่เป็นที่รู้จักของคนหมู่มาก และยังเป็นที่ต้องการของคนหมู่มากเช่นกัน เพราะความเชื่อที่ว่าถ้ามีแมวสายพันธุ์นี้อยู่ในบ้าน จะมีแต่ความโชคดี ซึ่งราคาของมันก็เหมาะกับคนที่มีความโชคดีเช่นกัน และขอระบุเลยว่าต้องโชคดีเรื่อเงินด้วย เพราะราคาของเจ้าแมวรัสเซียตาสีฟ้านั้นอยู่ที่ $400 ถึง $2,000 หรือประมาณ 14,000 ถึง 70,000 บาท

9. Serengeti cat ($600-$2,000)

Serengeti cat
Serengeti cat

ภูมิหลังของเจ้าแมวเซเรนเจตีนั้น เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1914 ที่เมืองแคลิฟอร์เนีย เมื่อเจ้าแมวตัวนี้โตเต็มวัย จะมีน้ำหนักอยู่ที่ 17.6 ถึง 26.4 ปอนด์ หรือประมาณ 12 กิโลกรัม มันเป็นแมวลายจุดที่มีรูปร่างที่พอเหมาะดี ไม่ผอม ไม่อ้วนจนเกินไป ใบหูของมันค่อนข้างใหญ่ และยังมีขาที่ยาวมากด้วย โดยราคาของเจ้าแมวเซเรนเจติจะอยู่ที่ $600 ถึง $2,000 หรือประมาณ 21,000 ถึง 70,000 บาท

10. Elf cat ($2,000)

Elf cat
Elf cat

แมวเอลฟ์ เป็นแมวที่ถูกผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่าง American Curl กับ Sphinx มันถูกพัฒนาขึ้นในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี ค.ศ.2006 เจ้าเอลฟ์เป็นแมวสายพันธุ์ที่ฉลาด ซุกซน และเป็นมิตรมาก ทั้งยังเข้าสังคมเก่ง มีความอยากรู้อยากเห็น และที่สำคัญคือมันเป็นแมวที่ซื่อสัตย์ต่อเจ้าของ ซึ่งถ้าใครอยากจะได้เจ้าแมวเอลฟ์ไปไว้ใครอบครองนั้น ราคาของมันจะอยู่ที่ $2,000 หรือประมาณ 70,000 บาท

11. Toyger ($500-$3,000)

Toyger
Toyger

ถ้าคุณมองเจ้าแมวขนลายพาดกลอนตัวนี้ คุณอาจจะเกิดความสงสัยขึ้นว่า เอ๊ะ! นี่แมวหรือเสือ อ่ะ? ซึ่งเราขอยืนยันเลยว่า มันคือ แมว… แมวที่มีชื่อสายพันธุ์ว่า ทอยเกอร์ โดยผู้พัฒนาแมวสายพันธุ์นี้นั้นก็ตั้งใจตั้งชื่อให้คล้ายกับ ไทเกอ์ (Tiger) ที่แปลว่า เสือ เพราะว่าอยากให้ผู้คนได้ตระหนักความสำคัญถึงการอนุรักษ์เสือที่อยู่ในป่านั่นเอง ซึ่งราคาของเจ้าแมวทอยเกอร์ จะอยู่ที่ $500 ถึง $3,000 หรือประมาณ 17,500 ถึง 104,700 บาท

12. American Curl ($1,000-$3,000)

American Curl
American Curl

เมื่อปี ค.ศ.1981 เจ้าแมวอเมริกันเคิร์ล ถูกพัฒนาสายพันธุ์ในแคริฟอร์เนีย โดยเจ้าลูกแมวที่เกิดใหม่นี้จะดูไม่ค่อยออกเท่าไรว่าเป็นสายพันธุ์อเมริกันเคิร์ลนี้ แต่จะเห็นได้ชัดก็ต่อเมื่อมันอยู่ในช่วงโตเต็มวัย โดยสิ่งที่น่าสนใจมากๆ ของเจ้าแมวสายพันธุ์นี้ ก็คือ เมื่อมันอายุครบ 10 วัน หูของมันจะค่อยๆ พลิกกลับไปด้านหลัง จนดูเหมือนว่าเป็นเขาเล็กๆ น่ารักๆ และด้วยเหตุนี้ก็ทำให้มันสามารถเอาชนะใจของผู้คนได้มากมาย จนต้องรีบไปหาจับเป็นเจ้าของกันเลยทีเดียว ซึ่งราคาของเจ้าแมวอเมริกันเคิร์ล จะอยู่ที่ $1,000 ถึง $3,000 หรือประมาณ 70,000–210,000 บาท

13. Bengal cat ($1,000-$4,000)

Bengal cat
Bengal cat

เจ้าแมวเบงกอล เป็นแมวที่พัฒนามาจากการผสมพันธุ์ระหว่างเสือดาวเอเชีย และแมวบ้าน โดยเจ้าแมวพันธุ์นี้ชื่นชอบการว่ายน้ำและการปีนป่ายเป็นอย่างมาก และบางครั้งมันก็ชอบปีนป่ายขึ้นไปนั่งบนไหล่ของเหล่ามนุษย์ผู้เป็นทาสแมวด้วย แต่โชคดีที่น้ำหนักของมันไม่ได้หนักมากเท่าเจ้าแมวเมนคูน เพราะน้ำหนักของมันประมาณ 8.8 ถึง 17.6 ปอนด์ หรือ 4 ถึง 8 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งราคาของมันก็จะอยู่ที่ $1,000 ถึง $4,000 หรือประมาณ 35,000 บาท – 140,000 บาท

14. Safari ($4,000-$8,000)

Safari
Safari

แมวซาฟารี เป็นสายพันธุ์แมวที่ค่อนข้างจะหายาก มันเกิดมาจากการผสมข้ามสายพันธุ์ที่สหรัฐอเมริกา ในช่วงปี ค.ศ.1970 ระหว่างแมวบ้าน และแมวป่าอเมริกาใต้ ที่มีชื่อว่า Geoffroy โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงโรคลูคีเมีย และเมื่อเจ้าแมวซาฟารีนี้โตเต็มวัยจะมีน้ำหนักมากถึง 24.2 ปอนด์ หรือ 11 กิโลกรัม โดยเฉลี่ย โดยราคาของเจ้าแมวตัวนี้จะอยู่ที่ $4,000 ถึง $8,000 หรือประมาณ 140,000–280,000 บาท

15. Khao Manee ($7,000-$11,000)

Khao Manee
Khao Manee

ในช่วงปี ค.ศ.1350 ถึง 1767 เจ้าแมวขาวมณี ถูกพบอยู่ในบันทึก “ตำราแมว” มันเป็นแมวสายพันธุ์ไทยโบราณ ที่ถูกเลี้ยงดูโดยชนชั้นสูง เพราะเชื่อว่ามันเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งมี โดยจุดเด่นของมันก็คือขนสีขาวสะอาด และมีตาสองสีสดใส ซึ่งเราจะสามารถพบแมวพันธุ์นี้ได้ทั่วไปในเมืองไทยของเรา แต่จะหายากมากๆ ในต่างประเทศ ก็เลยทำให้ราคาของเจ้าแมวตัวนี้ค่อนข้างสูงมาก ถ้าถามว่ามากเท่าไร ก็มากจนอยู่ในช่วงหลักแสนเลยล่ะ โดยราคาของเจ้าแมวขาวมณีนั้นจะอยู่ที่ $7,000 ถึง $11,000 หรือประมาณ 245,000–385,000 บาท เลยทีเดียวเชียวล่ะ!

16. Chausie ($8,000-$10,000)

Chausie
Chausie

นี่คืออีกหนึ่งในสายพันธุ์แมวที่หายากที่สุด นั่นก็คือ แมวสายพันธุ์ชอซี มันถูกพัฒนาขึ้นด้วยการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างแมวบ้าน และแมวป่า และมันก็มีนิสัยไม่ชอบอยู่อย่างสันโดษ และชอบเข้าสังคมมากๆ เพราะมันชอบที่จะอยู่ร่วมกันกับเพื่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือแมวตัวอื่นๆ แม้กระทั่งสุนัขมันก็ยังชอบเลย โดยราคาของเจ้าแมวชอซีจะอยู่ที่ $8,000 ถึง $10,000 หรือประมาณ 280,000-350,000 บาท

17. Caracal ($7,000-$10,000)

Caracal
Caracal

แมวคาราแคล เป็นแมวสายพันธุ์ที่ค่อนข้างเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เป็นอย่างมาก และเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ เจ้าแมวสายพันธุ์นี้ก็เพิ่งจะถูกเปลี่ยนจากสถานะ สัตว์ป่าที่ล่าเนื้อ ให้กลายมาเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีราคาแพงลิบลิ่ว โดยลักษณะเด่นของเจ้าแมวคาราแคล ก็คือ ปลายหูสีดำที่มีเอกลักษณ์นี่เอง ซึ่งราคาอของเจ้าแมวพันธุ์นี้ก็จะอยู่ที่ $7,000 ถึง $10,000 หรือประมาณ 245,000 ถึง 350,000 บาท

18. Savannah cat ($4,000-$22,000)

Savannah cat
Savannah cat

แมวซาวันน่าห์ เป็นแมวที่ถูกพัฒนาสายพันธุ์ด้วยการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างแมวป่าแอฟริกัน กับ แมวบ้าน เจ้าแมวพันธุ์นี้จัดเป็นสายพันธุ์แมวที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เมื่อมันโตเต็มวัยจะมีน้ำหนักถึง 33 ปอนด์ หรือ 15 กิโลกรัมโดยเฉลี่ย และมีความสูงถึง 1.9 ฟุต หรือเกือบ 60 เซนติเมตร เลยทีเดียว โดยเจ้าแมวซาวันน่าห์นี้ จะเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของความฉลาด ใจเย็น อยากรู้อยากเห็น และมีความกระตือรือร้น นอกจากนี้มันยังชื่นชอบการอาบน้ำแบบสุดๆ หรือไม่ก็พามันไปเดินเล่นนอกบ้าน ไม่ก็เล่นเกมง่ายๆ อย่างเช่น การโยนลูกบอล ก็สามารถทำให้มันมีความสุขได้ สำหรับใครที่ต้องการจะเลี้ยงเจ้าแมวซาวันน่าห์ ก็จะต้องมีพื้นที่กว้างพอสมควร เพื่อให้มันได้เล่นและออกแรงอย่างเต็มที่ (ก็อย่างที่บอกมันกระตือรือร้นมาก โดยเฉพาะเรื่อเล่น) และแน่นอนว่าก็ต้องมีเงินด้วย เพราะราคาของเจ้าแมวพันธุ์นี้จะอยู่ที่ $4,000 ถึง $22,000 หรือประมาณ 140,000 ถึง 770,000 บาท

19. Ashera ($22,000-$100,000)

Ashera
Ashera

เจ้าแมวตัวนี้ คือ แมวอาชีร่า เป็นแมวที่แพงที่สุดในโลก!! มันเกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างเสือดาวเอเชีย กับ แมวบ้าน โดยผู้ค้นพบได้อ้างว่ามันเป็นแมวที่ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ แม้จะเป็นโรคแพ้ขนแมวก็ตาม แต่ประเด็นนี้ก็ยังไม่แน่นอน เพราะยังคงมีการถกเถียงกันอยู่ ซึ่งเราขอบอกเลยเจ้าแมวอาชีร่าเป็นที่นิยมของเหล่าเซเลปในต่างประเทศเป็นอย่างมาก และถ้าคุณได้เห็นราคา เราบอกเลยว่าคุณจะต้องอึ้ง อึ้ง อึ้ง แล้วก็อึ้ง! เพราะราคาของมันอยู่ที่ $22,000 ถึง $100,000 หรือประมาณ 770,000 ถึง 3.5 ล้านบาท

เป็นยังไงกันบ้างคะกับราคาแมวเหล่านี้ สายพันธุ์แรกๆ นี่ก็หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน ก็ว่าทำให้อึ้งกิมกี่จนพูดไม่ออกแล้วแล้ว พอมาถึงไอ้สายพันธุ์สุดท้าย นี่คือแบบหลักล้าน โหย… เชื่อว่าหลายคนต้องเกิดอาการช็อคซีนีม่ากันเลยทีเดียว ถ้าใครเป็นทาสแมวที่มีเงินเหลือเฟือ ก็อย่าลืมไปหาจับจองเป็นเจ้าของแมวเหล่านี้กันนะคะ เพราะอย่างที่บอกค่ะ ถึงราคามันจะแพงไปหน่อย แต่มันสวยมากๆเลยคะ

ที่มา: Bright Side

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Loading…

แสดงความคิดเห็น